12.31.2021 | "Super COVID vaccine ที่กันได้ทุกสายพันธุ์พัฒนาไปถึงไหนแล้ว"
👨🏫 Super Vaccine มีลักษณะที่แตกต่างไปจากวัคซีนชนิดอื่นๆที่ทำกันออกมา คิดค้นโดย กองอำนวยการสถาบันวิจัยกองทัพบกวอลเตอร์รีด (Walter Reed Army Institute of Research – WRAIR) ได้ทำการวิจัยวัคซีนตั้งแต่เมื่อ 2 ปีที่แล้วที่เพิ่งมีโควิดใหม่ๆ เขาจะใช้ตัวแกนกลางเป็น เฟอร์ริติน (Ferritin) ซึ่งเป็น protein ชนิดหนึ่งที่ร่างกายของเรามีอยู่แล้ว เขาเอา ferritin protein มาจากเชื้อโรคชนิดหนึ่งชื่อ เฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร (Helicobacter Pylori) หรือเรียกสั้นๆ ว่า เอชไพโลไร (H. Pylori) เป็นแบคทีเรีย ที่ทำให้เกิดโรคกระเพาะ หรืออาจจะเอามาจากเชื้อโรคตัวอื่นๆก็ได้
ลักษณะแกนกลางของ Ferritin มีลักษณะกลมๆแล้วเรานำเอา Spkie Protein จิ้มไว้ที่แกนกลาง ทำให้หน้าตาคล้ายๆเงาะ แตกต่างกันได้ 24 ชนิด ทำให้มีคุณสมบัติในการใส่ Spike Proteint ไปได้ 24 แบบ ซึ่งน่าจะป้องกันได้ถึง 24 สายพันธุ์ ก็น่าจะเพียงพอต่อการป้องกัน COVID ได้ทุกสายพันธุ์รวมไปถึง โรค SARs, MERS-CoV ได้ด้วย จึงเป็นที่มาของการพัฒนาออกมาเป็นวัคซีนลักษณะแบบนี้
มีชื่อจริงๆว่า SARS-CoV-2 ferritin nanoparticle Vaccines ความก้าวหน้าของ Super Vaccine ของ Corona Virus ขณะนี้ทดลองในหนู และในสัตว์ชนิดอื่นเรียบร้อยแล้วพบว่า ได้ภูมิคุ้มกันค่อนข้างจะดี โดยทดลองกับสายพันธุ์ อู่ฮั่น อัลฟ่า และเบต้า แต่มีข่าวว่าทดลองในคนโดยมีเทียบกับสายพันธุ์เดลต้าและ Omicron ด้วย
หลังจากทดลองในสัตว์แล้วสิ่งที่ต้องกังวลต่อไปว่าจะเกิด ADE หรือ Antibody Dependent Enhancement (คือการฉีดวัคซีนเข้าไปในคนแล้วทำให้โรคโควิดมันแย่ลงหรือไม่) ซึ่งการตรวจหาภาวะนี้ ไม่พบภาวะนี้แต่อย่างใด เหมือนกับวัคซีนชนิดอื่นๆที่ตรวจสอบแล้วไม่พบภาวะนี้เช่นกัน
ขั้นต่อไปจะเป็นการทดลองในคน เป็น Clinical Trial Phase ที่ 1 ทำมาตั้งแต่เดือนเมษายน 2021 และกำลังรอให้มีการตีพิมพ์ แต่หัวหน้าที่ทำการทดลองได้ออกมาให้สัมภาษณ์เรียบร้อยแล้วว่าเขาทำการทดลองในคนแล้ว
ตามปกติแล้วการทดลองจะต้องทำการทดลองในคน 3 Phase ด้วยกัน (บางประเทศก็จะมี 2 phase) แต่ละ Phase ที่ 1 ที่ทำการทดลองในคน อาสาสมัครคนที่ร่างกายแข็งแรง เพื่อหาขนาดของวัคซีนที่เหมาะสม เพื่อดูผลการตอบสนองเบื้องต้น ว่ามีผลข้างเคียงอะไรหรือไม่ มีผลดี ผลเสีย ประสิทธิภาพการกระตุ้นของวัคซีน
ปัจจุบัน Super Vaccine ที่กำลังพูดถึงนี้ยังอยู่ใน phase ที่ 1 (ยังไม่ผ่าน Phase 1 )
วัคซีนจะมีสารประกอบ ชื่อว่า Adjuvant เป็นสารที่ไปกระตุ้นภูมิต้านทาน เพื่อที่จะให้ตอบสนองต่อวัคซีนมากขึ้น คุณหมอเคยพูดถึงเรื่อง Adjuvant ใน AstraZeneca, Johnson&Johnson, Sinovac, Sinopharm เป็นต้น ส่วน mRNA ไม่จำเป็นต้องใช้ เนื่องจากเขาใช้ Lipid Nanoparticle ของที่หุ้ม mRNA เป็น adjuvant ในตัวเอง แต่ถ้า novavax จะใช้ Matrix-M ซึ่งเป็น adjuvant ใหม่
สำหรับ SARS-CoV-2 Ferritin Nanoparticle Vaccines ใช้ Adjuvant เป็นตัวที่พัฒนาโดยกระทรวงกลาโหม ชื่อว่า Army Liposome Formulation มีการพัฒนามาตั้งแต่ปี 1980 แล้ว
ของเขาเป็น ALFQ ตัว Q หมายถึงเขาใส่ QS-21 เป็นไลโปโซมที่ประกอบด้วยซาโปนิน (ซึ่งเป็นสบู่ชนิดหนึ่ง) ALF เป็นสารประกอบ คลอเรสเตอรอล, ฟอสโฟลิพิด (Phospholipid), Lipid Nanoparticle ซึ่งการที่มีไขมันพวกนี้จะกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดี พอผสมด้วยซาโปนินเข้าไป ทำให้มีการกระตุ้นภูมิได้ดีมากๆ
เขาทดลองในคน Phase ที่ 1 โดยการที่ใช้ลูกบอลที่มีหนาม 24 อันนี้ ร่วมกับ Adjuvant ตัว ALFQ นี้เข้าไป เขาบอกว่า ผลที่ออกมาค่อนข้างจะดี แต่คุณหมอยังไม่เห็น จึงต้องรอดูกันต่อไป
การทดลอง Phase ที่ 2 จะนำมาทดลองในคนที่แข็งแรง เพื่อดูประสิทธิภาพ และผลข้างเคียง โดยนำโดสที่เหมาะสมจาก Phase ที่ 1 มาทดลองใน Phase ที่ 2 แล้วทดลองในกลุ่มตัวอย่างที่เพิ่มขึ้น
การทดลอง Phase ที่ 3 คือทดลองกับคนจำนวนมากขึ้น ตัวอย่างเช่น กรณี Pfizer, Moderna ทำการทดลองในคน 1- 2 หมื่นคน จากนั้นต้องไปเปรียบเทียบกับวัคซีนอื่นๆที่เรามีในปัจจุบันว่าประสิทธิภาพเป็นอย่างไรบ้างเมื่อเทียบกับวัคซีนที่เรามี ถ้าทำครบทั้ง 3 Phase แล้ว จึงจะสามารถยื่นให้องค์การอาหารและยาสหรัฐ (United States Food and Drug Administration) หรือย่อว่า FDA เพื่อขอใช้ในกรณีฉุกเฉินได้
ดังนั้นความคิดเห็นส่วนตัวคุณหมอคิดว่า Super Vaccine ตัวนี้น่าจะดีมาก และน่าจะเป็นวัคซีนต้นแบบซึ่งจะสามารถใช้กับโรคอุบัติใหม่อื่นๆได้ เพราะตัวของมันสามารถใช้เติม Spike Protein ได้ถึง 24 แบบด้วยกัน แต่กว่าจะออกมาใช้ได้จริงๆน่าจะรออีกระยะหนึ่ง
ในอนาคตอาจจะป้องกันโควิดได้ครบทุกสายพันธุ์รวมถึง สายพันธุ์ในอนาคต เช่น เวลาที่เราใส่ spike protein เข้าไปเราสามารถทำนายสายพันธุ์ในอนาคตน่าจะเกิดสายพันธุ์ชนิดไหนขึ้นมา เราก็สามารถใส่เข้าไปได้เลย หากทำแบบนี้แล้วจะมีโอกาสในการป้องกันสายพันธุ์ต่างๆได้ดีขึ้น
คงจะต้องดูต่อไปว่า เมื่อฉีดเข้าไปแล้ว ผลในการป้องกันจะอยู่ได้นานแค่ไหน เพราะเรารู้อยู่แล้วว่าวัคซีนแต่ละชนิดไม่สามารถมีการป้องกันได้ในระยะเวลาที่เท่ากัน จะต้องดูว่าจะต้อง boost เมื่อไหร่ ถ้าเป็นวัคซีนใหม่ไม่มีใครรู้ว่าจะอยู่ได้นานแค่ไหน เพราะเราจะต้องเก็บข้อมูลต่อเนื่องจึงจะสามารถบอกข้อมูลตรงนี้ได้
อย่าเพิ่งตื่นเต้นมากไปกว่าเหตุ คล้ายๆกับกรณีของวัคซีนแผ่นแปะ ตอนนี้ก็เงียบไปแล้ว เราควรเข้าไปดูข้อมูลให้ชัดเจนเสียก่อน คุณหมอจะแนบข้อมูลในลิงค์ใต้คลิปสำหรับท่านที่สนใจ คงใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะมีการ update ข้อมูลใหม่ หากมีอะไรคืบหน้าคุณหมอจะนำเรื่องนี้มาเล่าให้ฟังอีกที
▪ สรุปเนื้อหาในคลิปโดย:
Pattaraporn Sovarattanaphong & The ATK Gang
▪ ที่มา:
[Doctor Tany]: https://youtu.be/7qKcF1W5aCw
Tany Thaniyavarn, MD PhD candidate
▪เอกสารนี้เป็นการสรุปความที่ได้จากการฟังการบรรยาย มีวัตถุประสงค์ในการจัดทำขึ้นเพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของผู้ที่บกพร่องทางการได้ยิน และผู้ที่รักในการอ่านเท่านั้น ไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงเป็นหลักฐานทางวิชาการได้ และห้ามนำไปทำซ้ำ ดัดแปลง บางส่วนหรือทั้งหมด และห้ามนำไปเผยแพร่ต่อสาธารณชน นอกจากจะได้รับอนุญาตจากผู้ผลิตคลิปเป็นลายลักษณ์อักษรแล้วเท่านั้น
▪ท่านสามารถรับชมการบรรยายจากคลิปเสียงต้นฉบับได้ กรุณากดที่ลิงก์ ตรงหัวข้อ "ที่มา" ด้านบนค่ะ
คณะผู้จัดทำ